ประวัติความเป็นมา

  1. ประวัติตำบลท่าลาด

             พื้นที่ตำบลท่าลาดมีแม่น้ำและลำห้วยหลายสาย  ประกอบกันเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์  มีธารบงขึ้นบริเวณดินฝั่งแม่น้ำและจะมีสัตว์ป่า  โดยเฉพาะกวางอยู่หลายฝูงในพื้นที่ อบต.ท่าลาด บริเวณลำห้วยเรียกว่า ท่าลาด เป็นสถานที่ที่กวางและสัตว์ป่าทั้งหลายมากินน้ำ  ซึ่งปัจจุบันคือ อ่างห้วยบงของกรมชลประทาน มีตำนานเล่าว่ามีนายพรานคนหนึ่งมาล่ากวางบริเวณนี้  ปรากฏว่ารอยเท้าข้างซ้ายอยู่บริเวณสมอราช บริเวณบ้านหนองนกคู่ เท้าขวาอยู่ที่บ้านละโว้ ตำบลประสุข เดิมทีนั้นตำบลท่าลาดเป็นพื้นที่กันดาร มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และจะต้องลงมากินน้ำเป็นประจำที่บริเวณหินท่าหินลาด  คือบริเวณริมคลองห้วยบงจะเป็นประจำที่บริเวณท่าหินลาด  เหมาะที่จะเป็นแหล่งน้ำที่เป็นท่าลงกินน้ำได้ง่าย และจะมีกวางฝูงหนึ่งมากินน้ำที่ท่าลาดแห่งนี้เป็นประจำ นายพรานเห็นเข้า แทนที่จะจับกวางมาเป็นอาหาร กลับนึกสงสารเพราะความสวยงามของกวางฝูงนั้น เลยกลับมาโดยไม่ได้อะไรมาเลย นายพรานนั้นก็คือผู้ริเริ่มเข้ามาตั้งหลักฐานในพื้นที่ท่าลาดนั้นเอง แล้วก็เล่าให้ลูกๆ หลานๆ ฟังว่า  แถบนี้จะมีกวางที่สวยมากและอุดมสมบูรณ์มาก  เลยยึดคำบอกเล่านั้นๆ มาเป็นสัญลักษณ์ ต่อมา

  1. ข้อมูลทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด

            องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด  กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และให้โอนบรรดางบประมาณทรัพย์สิน สิทธิเรียกร้องหนี้ต่างๆ และเจ้าหน้าที่ของสภาตำบลท่าลาดไปเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาดให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาดมีแนวเขตตามเขตของตำบลท่าลาดตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่

                       2.1 สภาพทั่วไป

 1) ที่ตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอชุมพวงมีระยะห่างจากอำเภอชุมพวงประมาณ 15.00 กิโลเมตร อยู่ทิศตะวันออกของจังหวัดนครราชสีมาและห่างจากจังหวัดนครราชสีมาระยะทางประมาณ 101 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

ทิศเหนือ             ติดต่อกับ    ตำบลชุมพวง

ทิศใต้                 ติดต่อกับ    ตำบลท่าลาด, ตำบลโนนตูม  อำเภอชุมพวง

ทิศตะวันออก        ติดต่อกับ    ตำบลท่าลาด, ตำบลโนนรัง  อำเภอชุมพวง

ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ    ตำบลโบสถ์  อำเภอพิมาย

2) ภูมิประเทศ   สภาพภูมิประเทศขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาดมี  2  ลักษณะ ได้แก่

              – สภาพทางภูมิศาสตร์ทางทิศตะวันออกขององค์การบริหารส่วนตำบล มีลักษณะเป็นที่ราบสูงมีลักษณะของดินเป็นดินร่วนปนทรายเหมาะแก่การเพาะปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด พืชไร่  มีลำคลองไหลผ่าน การประกอบอาชีพทางการเกษตรกรรมของประชาชนต้องรอน้ำฝนเท่านั้น  ถ้าปีใดฝนไม่ตก ต้องตามฤดูกาลทำให้ประสบปัญหาภัยแล้ง  และไม่สามารถประกอบอาชีพได้

              – สภาพทางภูมิศาสตร์ทางทิศตะวันตกขององค์การบริหารส่วนตำบล มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มมีลักษณะของที่ดินเป็นดินเหนียวเหมาะแก่การปลูกข้าว มีลำน้ำไหลผ่าน  แต่มีน้ำไม่ตลอดทั้งปี

3) พื้นที่ตำบลท่าลาด  มีเนื้อที่โดยประมาณ 138.23 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 86,394 ไร่  จำแนกพื้นที่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลออกเป็น ดังนี้

                     

 4) ประชากร

                  มีประชากรในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 12,787  คน แยกเป็นชาย 6,425 คน  หญิง  6,362 คน   มีจำนวนหลังคาเรือนรวมทั้งสิ้น 3,315 หลังคาเรือน  มีความหนาแน่นเฉลี่ย 92.51 คนต่อตารางกิโลเมตร

 5)  สภาพเศรษฐกิจ

                  อาชีพ ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมาณ ร้อยละ 95 ของประชากรทั้งหมด เพราะทิศตะวันตกของตำบลเป็นที่ราบลุ่มมีลำน้ำ (ลำคลอง) ไหลผ่านเหมาะแก่การปลูกข้าว  ส่วนทิศตะวันออกของตำบลเป็นที่ราบสูงเหมาะแก่การปลูกพืชไร่  และที่ดินส่วนใหญ่จะเหมาะแก่          การเพาะปลูก  อาชีพส่วนใหญ่ของประชาชนจึงเป็นเกษตรกรรม ผลผลิตที่เป็นรายได้หลัก ได้แก่  อ้อย  มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น นอกนั้นประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว รับราชการ ฯลฯ  ฉะนั้น จึงสรุปอาชีพที่สำคัญ ได้แก่  ทำนา  ทำไร่  ทำสวน  เลี้ยงสัตว์  ค้าขาย  รับจ้างทั่วไป  ทอผ้าไหม  ย้อมผ้าไหม  ธุรกิจส่วนตัว  รับราชการ

 

6) จำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

                  มีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 2,008  คน  อายุ 60 – 69 ปี จำนวน 1,238 คน   อายุ 70 – 79 ปี จำนวน 562 คน   อายุ 80 – 89 ปี จำนวน 187 คน  อายุ 90 – 99 ปี จำนวน 20 คน  และอายุ 100 ปีขึ้นไป จำนวน 1 คน

 

7) จำนวนผู้พิการ

                  มีจำนวนผู้พิการในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 445  คน  อายุต่ำกว่า  18  ปี จำนวน 20 คน  อายุ 18 – 59 ปี จำนวน 205 คน  อายุ 60 – 69 ปี จำนวน 92 คน   อายุ 70 – 79 ปี จำนวน 72 คน   อายุ 80 – 89 ปี จำนวน 48 คน  อายุ 90 – 99 ปี จำนวน 7 คน  และอายุ 100 ปีขึ้นไป จำนวน 1 คน